Surasak's profilenUm's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    February 24

    มันเป็นอีกแล้ว

    ไอที่ว่ามันเป็นอีกแล้วก็คืออาการเสียของคอมผมนั่นเอง  มันเคยเสียมาแล้วเมื่อเดือนธันวาคม
    แล้วก็เอาไปหาหมอแล้ว  รักษาหายกลับมาหมดไป 4,800 บาท  หมอบอกว่าเป็นที่ตัวควบคุม
    และการ์ดจอ  ก็ได้เปลี่ยนชิปไป  ก็คิดว่ามันจะหายขาดกะใช้ได้อีกสัก 2 ปี  แต่นี่ 2 เดือน อาการ
    เดิมกลับมาอีกแล้ว  ก็เลยกะว่าจะซื้อใหม่เลย  ขี้เกียจมานั่งรำคาญว่าเดี๋ยวเสียเดี๋ยวหาย  เอา
    เครื่องใหม่มาใช้เลยดีกว่า คราวนี้ว่าจะเอาเครื่องถูกๆแหละ สัก 2 หมื่นพอ  เลยลองโทรไปติดต่อ
    กับ Dell ก็ได้เซลมาคนนึง  แต่ราคามันก็ยังเกิน 25,000 อยู่ แต่ได้สเปกเยี่ยมมาก  เลยลังเลใจว่า
    จะเอา Dell หรือ Lenovo ดีเพราะเครื่องใหม่นี้คงไม่เน้นแรง เอาทนเป็นพอ  อนาคตคงได้ซื้ออีก
    เครื่องแน่ๆ  จะเอา Macbookก็ 4 หมื่นกว่า  แต่มันคงเกินความจำเป็นสำหรับเรา(จริงๆน่าจะซื้อ
    ตั้งแต่แรกนะเนี้ยเพิ่มอีกแค่ 4 พันเอง)ใครที่เคยใช้โน๊ตบุ๊คยี่ห้อไหนแล้วไม่ค่อยมีปัญหาก็แนะนำ
    มาหน่อยนะครับ


    February 12

    Valentine ' s Day

    555 เอามาจาก mail อีกแล้ว(คิดเองไม่เป็นครับ) เผื่อใครยังไม่รู้ก็เลยเอามาให้อ่านครับ

    “วันวาเลนไทน์”(Valentine)คือวันที่ระลึกถึงนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine)
      ผู้เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงแต่เขาต้องจบชีวิต
      ลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่ 14กุมภาพันธ์ ค.ศ.270หรือเมื่อประมาณ 1,734 ปี
      ล่วงเลยมาแล้วในจักรวรรดิโรมัน ประวัติความเป็นมาของเรื่องนี้ เกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษ
      ที่ 3มีผู้นำคริสตชนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส"เขาเป็นคนที่มีความรักและความเมตตาต่อ
      เพื่อนมนุษย์มาก โดยทุกๆ วันเขาจะแอบนำอาหาร และของใช้ที่จำเป็นไปวางไว้ประตูหน้า
      บ้านของคนยากจนโดยไม่ให้คนเหล่านั้นรู้ ซึ่งในสมัยนั้นศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับใน
      จักรวรรดิโรมันและถือว่าใครที่นับถือศาสนาคริสต์จะมีความผิดร้ายแรงมากพวกคริสตนชน
      จึงถูกข่มเหงและทารุณกรรมอย่างหนัก เพื่อบังคับให้เลิกเป็นคริสต์ ใครที่ไม่ยอมเลิกนับถือ
      คริสต์จะถูกทรมานและฆ่าทิ้ง “วาเลนตินัส” ก็รวมอยู่ในกลุ่มขบวนการถูกขู่เข็ญและทรมาน
      บังคับให้เลิกนับถือศาสนาคริสต์แต่เขาไม่ยอมจึงถูกจับเข้าคุกในข้อหาเป็นคริสตชน ในขณะ
      ที่วาเลนตินัสถูกจับขังคุกนั้น เขาได้พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในนั้น
      และด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขาพระเจ้าได้ทรงโปรดรักษาตาของคนรักของเขาให้
      หายเป็นปกติ จากเหตุการณ์นี้เองจึงทำให้ผู้คุมและครอบครัวของเขาหันมานับเชื่อพระเจ้า
      ของชาวคริสต์ ต่อมาเรื่องนี้รู้ถึงจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ของโรม พระองค์ทรงกริ้วมาก
      ได้สั่งให้ลงโทษวาเลนตินัสอย่างหนัก ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ
      ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น วาเลนตินัส ได้เขียนจดหมายสั้นๆ เป็นการ
      อำลาส่งไปให้เพื่อนหญิงคนรักของเขา และลงท้ายในจดหมายว่า “จากวาเลนไทน์ของเธอ”
      รุ่งขึ้นของเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 วาเลนตินัสก็ถูกนำไปตัดศีรษะและเอาศพ
      ไปฝังไว้ที่เฟลมิเนี่ยนเวย์ ซึ่งภายหลังมีการสร้างโบสถ์หลังใหญ่คร่อมสุสานของเขาไว้เพื่อเป็น
      อนุสรณ์รำลึกถึงชีวิตและความรักอันยิ่งใหญ่ของเขา คนทั่วประทับใจกับความรักของเขา
      จึงยึดถือเอา วันที่ 14กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันวาเลนไทน์ ”ภาษาอังกฤษเรียก ว่า
      ” Saint Valentine ' s Day ” หรือ Valentine ' s Day หรือ ”วันแห่งความรัก”
      ซึ่งต่อมาได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรปและอเมริกาและเข้ามาในทวีปเอเชียและประเทศไทย

    February 06

    "ทัพพี"ที่หายไป

    วันนี้ก็ไม่มีอะไรหรอก เลยเอา forward mail มาให้อ่านเล่น  ใครเคยอ่านแล้วก็ขอโทษด้วยครับ เรื่องมีอยู่ว่า

     มื่อวินัยเชิญแม่ของเขามากินมื้อค่ำที่อพาร์ทเมนท์
     ซึ่งเขาอยู่กับสาวสวยชื่อนิสา
     คุณแม่จึงอดเคลือบแคลงในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้
     ระหว่างร่วมโต๊ะมื้อเย็นนั้นเอง
     คุณแม่ของวินัยเฝ้าสังเกตสายตาที่ทั้งคู่มองสบกัน
     จนลูกชายชักเดาใจออก จึงรีบพูดขึ้นว่า
     "ผมรู้นะว่าแม่กำลังคิดอะไร .. แต่ผมยืนยันได้แน่ว่า
     ผมกับนิสาเป็นแค่รูมเมทเท่านั้น ไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ”
     หลังจากแม่ของวินัยกลับไปได้ 1 อาทิตย์ นิสาจึงบอกวินัยว่า
     ตั้งแต่แม่ของคุณมาเยี่ยมเราคราวนั้น ฉันก็หาทัพพีคันโปรดไม่เจอเลย
     ที่จริง..ฉันก็ไม่คิดว่าแม่ของคุณจะเอาไปหรอกนะคะ หรือคุณว่ายังไง”
     วินัยจึงตอบว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จะลองเขียนจดหมายไปถามคุณแม่ดู”
     วินัยจึงนั่งลงเขียนจดหมาย เนื้อความว่า..
     เรียน คุณแม่สุดที่รัก..
     ผมไม่ได้คิดว่าคุณแม่จะเผลอเอาทัพพีที่บ้านผมไปหรอกนะครับ
     แต่จะว่าแม่ไม่ได้เอาไป..... ก็ยังไงอยู่ เพราะทัพพีสวย ๆ
     คันหนึ่งหายไปตั้งแต่วันที่คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้าน
     ขอแสดงความนับถือ.....วินัย”
     หลายวันต่อมา วินัยได้รับจดหมายตอบจากแม่ของเขา เนื้อความว่า..
     ถึง ลูกชายสุดที่รักของแม่
     แม่ไม่เคยพูดว่าลูกมีอะไรกับนิสา
     แต่แม่ก็ไม่ได้คิดว่าลูกจะไม่มีอะไรกับเธอ
     เพราะความจริงมีอยู่ว่า ถ้านิสานอนที่ห้องตัวเอง ก็คงเจอทัพพีนั่นไปตั้งนานแล้ว
     รัักมาก.........แม่”

    February 04

    hi5 hi5 hi5

    มีเรื่องให้เล่นให้ศึกษาอีกแล้วครับ  ก็ hi5 ที่กำลังนิยมในขณะนี้น่ะสิ
    ตอนนี้ได้แหล่งคนสอนทำแหละ  ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอกครับก็พี่ใหม่
    (
    http://maiieam.spaces.live.com)
    เจ้าของสเปซที่ทำให้รู้จักสเปซเจ๋งๆหลายๆคน  และยังใจดีสอนวิธีทำไว้ด้วย
    แต่ก็ไม่นึกว่าพี่แกจะมี hi5 เหมือนกัน โดยการแนะนำจากน้องปอ
    (
    http://l7ol2.spaces.live.com)
    ตอนนี้ก็เลยอยากจะไปลองศึกษาเล่นดูสักหน่อยกับไอเจ้าภาษา CSS เนี้ย
    มันเคยทำให้งงมาแล้วตอนแต่ง multiply เพราะใช้ภาษาเดียวกัน
    ตอนแรกก็งงมากครับ  ว่ามันคืออะไรวะไอ้ CSS เนี้ย  แต่ก็แกะไปเรื่อยๆ
    จนทำให้เข้าใจบ้างระดับหนึ่ง  แต่ก็ยังเรียกว่าอยู่ในขั้นโง่หละครับ  เอาไว้
    สนใจจริงๆจังๆก่อนแล้วกันค่อยศึกษา  เพราะตอนนี้งานที่บริษัทก็เยอะอยู่
    งั้นขอไปทำความเข้าใจกับโค๊ต hi5 ก่อนหละครับ  แต่ยังไงก็ยังไม่ลืม
    สเปซแน่นอนเพราะมันทำอะไรๆได้มากกว่า hi5น่ะ
     
    ปล.จริงๆอยากจะทำพื้นหลังให้อ่านแบบน่ารักๆน่ะ แต่หาวิธีทำไม่เจอ ไม่รู้
    ไปเก็บไว้ไหนแล้ว อิๆ ต้องไปรบกวนเจ้าหญิงกับมดน้อยซะแล้ว